อ่านข่าวนี้แบบสั้น: สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยเดินหน้าสร้างรากฐานลูกยางไทยผ่านโครงการ Domestic Power Volleyball 2026 ระดับภาคกลาง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างวันที่ 10-14 กรกฎาคม 2569 อัดแน่นทั้งเทคนิค ยุทธวิธี วิทยาศาสตร์การกีฬา และการพัฒนาผู้ฝึกสอน เพื่อวางเส้นทางนักกีฬาเยาวชนสู่ระดับอาชีพและทีมชาติอย่างเป็นระบบ ก่อนส่งต่อกิจกรรมสู่ภาคใต้ที่จังหวัดปัตตานี ส่วนรายละเอียดทั้งหมดติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
เปิดแคมป์เข้ม ปั้นอนาคตวอลเลย์บอลไทยจากฐานราก
สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย เดินเครื่องยกระดับวงการลูกยางเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดโครงการพัฒนาผู้ฝึกสอนและนักกีฬาวอลเลย์บอลเยาวชน Domestic Power Volleyball 2026 ระดับภาคกลาง ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างวันที่ 10-14 กรกฎาคม 2569
กิจกรรมครั้งนี้อยู่ภายใต้โครงการส่งเสริมกีฬาที่มีศักยภาพอย่างเต็มระบบครบวงจร Domestic Power 2025-2026 และโครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ
เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างนักตบที่เล่นได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ต้องการวางระบบพัฒนาทั้งผู้ฝึกสอน นักกีฬา และเครือข่ายกีฬาในแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างกำลังใหม่เข้าสู่วงการวอลเลย์บอลไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

5 วันอัดแน่นทั้งทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
ตลอดระยะเวลา 5 วัน ผู้เข้าร่วมต้องผ่านการเรียนรู้แบบเข้มข้นทั้งภาคทฤษฎีและการฝึกภาคสนาม ภายใต้การดูแลของวิทยากรและผู้ฝึกสอนที่มีประสบการณ์ ซึ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงรายละเอียดระดับสูงที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
หัวใจสำคัญของการอบรมครอบคลุมองค์ประกอบหลักในการสร้างนักกีฬาวอลเลย์บอลเยาวชนให้มีคุณภาพ ได้แก่
- การพัฒนาเทคนิคพื้นฐานและทักษะเฉพาะตำแหน่ง
- การวางยุทธวิธีและอ่านสถานการณ์ระหว่างเกม
- หลักการออกแบบโปรแกรมฝึกซ้อมอย่างถูกต้อง
- การนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้พัฒนาสมรรถภาพ
- แนวทางดูแลและพัฒนานักกีฬาเยาวชนตามมาตรฐานสากล
อีกด้านหนึ่ง ผู้ฝึกสอนยังได้รับการยกระดับองค์ความรู้ให้ทันกับวอลเลย์บอลยุคใหม่ สามารถนำหลักการไปปรับใช้กับนักกีฬาในโรงเรียน ชมรม หรือสโมสรของตนเองได้อย่างเหมาะสม ไม่ใช่เพียงฝึกให้เด็กเล่นเป็น แต่ต้องเข้าใจว่าควรสร้างนักกีฬาแต่ละช่วงวัยอย่างไรจึงจะพัฒนาได้เต็มศักยภาพ
132 ชีวิตร่วมวางรากฐานลูกยางภาคกลาง
โครงการภาคกลางมีผู้เข้ารับการอบรมรวม 132 คน แบ่งเป็นผู้ฝึกสอน 66 คน และนักกีฬา 66 คน สะท้อนภาพการพัฒนาแบบจับคู่ทั้งคนสอนและคนเล่น เพื่อให้ความรู้จากห้องอบรมสามารถถูกถ่ายทอดลงสู่สนามได้ทันที และช่วยให้ผู้ฝึกสอนเห็นปัญหาการเล่นของนักกีฬาอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
แนวทางดังกล่าวถือเป็นจุดแข็งของ Domestic Power Volleyball 2026 เพราะการสร้างนักกีฬาเพียงด้านเดียวอาจไม่เพียงพอ หากผู้ฝึกสอนในพื้นที่ยังขาดความรู้ เครื่องมือ หรือหลักการฝึกที่เป็นระบบ การยกระดับทั้งสองฝ่ายพร้อมกันจึงช่วยให้ผลลัพธ์เดินหน้าได้เร็วและมั่นคงกว่าเดิม
ผู้บริหารกีฬาไทยร่วมปลุกพลังคนรุ่นใหม่
พิธีเปิดโครงการเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ได้รับเกียรติจาก นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมมอบโอวาทและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้าร่วม ให้มุ่งมั่นพัฒนาตนเองเพื่อก้าวขึ้นเป็นกำลังสำคัญของวงการวอลเลย์บอลไทยในอนาคต
ส่วนพิธีปิดและมอบประกาศนียบัตรพระตราสัญลักษณ์ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 มี นายเกื้อ ชูศรี ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาภูมิภาค การกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธี โดยมี นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย และพันจ่าอากาศเอกนัฐพงศ์ เกษาพันธ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีและมอบกำลังใจแก่ผู้ผ่านการอบรม
Athlete Pathway วางเส้นทางจากเยาวชนสู่ทีมชาติ
หนึ่งในแกนหลักของโครงการคือแนวคิด Athlete Pathway หรือเส้นทางการพัฒนานักกีฬา ซึ่งเป็นการกำหนดขั้นตอนอย่างชัดเจนตั้งแต่ระดับเด็กและเยาวชน ต่อเนื่องไปสู่ระดับสโมสร อาชีพ และทีมชาติ
การมีเส้นทางพัฒนาที่เป็นระบบช่วยลดปัญหานักกีฬาหลุดจากกระบวนการกลางทาง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ฝึกสอนติดตามพัฒนาการของผู้เล่นในแต่ละช่วงวัยได้ละเอียดขึ้น ทั้งด้านทักษะ สมรรถภาพร่างกาย จิตใจ วินัย และความเข้าใจเกม
นี่คือกระบวนการสำคัญในการสร้างนักกีฬารุ่นใหม่เข้าสู่ทีมชาติ เพราะวอลเลย์บอลระดับสูงไม่สามารถอาศัยพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องผ่านการฝึกฝนที่ต่อเนื่อง ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง และมีเวทีแข่งขันรองรับในทุกช่วงของการเติบโต
เชื่อมโรงเรียน ชมรม สโมสร สร้างเครือข่ายให้แข็งแรง
นอกจากผลลัพธ์ด้านตัวนักกีฬาและผู้ฝึกสอน โครงการยังช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ชมรม สโมสร และหน่วยงานด้านกีฬาในภูมิภาค ทำให้แต่ละพื้นที่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล บุคลากร และแนวทางการพัฒนาได้อย่างเป็นระบบ
เครือข่ายเหล่านี้จะช่วยขยายโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการฝึกวอลเลย์บอลที่มีมาตรฐานมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องกระจุกตัวอยู่เฉพาะในเมืองใหญ่ พร้อมเปิดทางให้นักกีฬาที่มีศักยภาพจากต่างจังหวัดได้รับการค้นพบและส่งต่อเข้าสู่ระดับที่สูงกว่า
ภาคใต้รับไม้ต่อ ปักหมุดจังหวัดปัตตานี
หลังจบภารกิจที่พระนครศรีอยุธยา โครงการเตรียมเดินหน้าสู่ภูมิภาคถัดไปทันที โดยจังหวัดปัตตานีรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพกิจกรรมระดับภาคใต้ ระหว่างวันที่ 17-21 กรกฎาคม 2569 เพื่อขยายระบบการพัฒนาผู้ฝึกสอนและนักกีฬาวอลเลย์บอลเยาวชนลงสู่พื้นที่ชายแดนใต้
การกระจายกิจกรรมไปยังภูมิภาคต่างๆ ไม่เพียงช่วยเพิ่มจำนวนบุคลากรที่มีคุณภาพ แต่ยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้เด็กจากหลากหลายจังหวัดได้แสดงศักยภาพ ลดช่องว่างในการเข้าถึงองค์ความรู้ และสร้างฐานนักกีฬาที่กว้างกว่าเดิม

พลังสนับสนุนเบื้องหลังความสำเร็จ
สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยกล่าวขอบคุณการกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โรงแรมแกรนด์พระนคร อยุธยา โรงเรียนเทศบาลชุมชนป้อมเพชร และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ที่ร่วมสนับสนุนสถานที่ บุคลากร และการอำนวยความสะดวกตลอดโครงการ
ความสำเร็จครั้งนี้ยังเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ฝึกสอน นักกีฬา อาสาสมัคร และบุคลากรทุกฝ่าย ซึ่งต่างทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มกำลังจนกิจกรรมดำเนินไปได้ตามเป้าหมาย
ก้าวต่อไปของวอลเลย์บอลไทย
Domestic Power Volleyball 2026 คืออีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างอนาคตให้วงการลูกยางไทย ตั้งแต่การเพิ่มคุณภาพผู้ฝึกสอน การวางระบบพัฒนาเยาวชน ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายระดับภูมิภาค หากดำเนินการอย่างต่อเนื่อง นักกีฬาที่ผ่านโครงการในวันนี้อาจกลายเป็นกำลังหลักของสโมสรอาชีพและทีมชาติไทยในวันข้างหน้า
แฟนกีฬาที่ต้องการติดตามข่าววอลเลย์บอลไทย โครงการพัฒนานักกีฬาวอลเลย์บอลเยาวชน และความเคลื่อนไหวของนักตบทีมชาติไทย สามารถติดตามข่าวเด่น ข่าววันนี้ และทุกเรื่องร้อนในวงการกีฬาได้ที่ วอลเลย์บอลสดบ้านกีฬา
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Thailand Volleyball Association สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย

