เติมเงินไทยช่วยไทย เงินเข้าแล้ว 1,000 บาทแรก เริ่มใช้สิทธิได้แล้ว
โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เริ่มเปิดให้ประชาชนใช้จ่ายวงเงินสนับสนุน 1,000 บาทแรกแล้ว โดยเป็นมาตรการช่วยลดภาระค่าครองชีพ ให้ประชาชนจ่ายน้อยลงในชีวิตประจำวัน ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในรูปแบบรัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% ใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น.
พูดให้เข้าใจง่าย ถ้าซื้อของ 100 บาท รัฐช่วย 60 บาท ประชาชนจ่ายเอง 40 บาท แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ใช้สิทธิได้ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน หากใช้ไม่หมดในเดือนนั้น จะไม่สามารถทบไปเดือนถัดไปได้
ไทยช่วยไทยพลัส ซื้ออะไรได้บ้าง
สิทธิไทยช่วยไทยพลัสสามารถใช้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น โดยเน้นสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ของใช้จำเป็น และบริการบางประเภท เพื่อให้เงินหมุนเวียนกลับไปถึงร้านค้ารายย่อยและประชาชนทั่วไป
สินค้าที่ร่วมโครงการ ได้แก่
ร้านอาหาร
ร้านเครื่องดื่ม
รถเข็นและร้านค้ารายย่อย
ร้าน OTOP
สินค้าทั่วไป
บริการขนส่งสาธารณะ
กลุ่มนี้ถือเป็นของใช้จริงในชีวิตประจำวัน เหมาะกับการวางแผนใช้สิทธิให้คุ้ม เช่น ซื้ออาหารมื้อหลัก ซื้อของเข้าบ้าน หรือใช้เดินทางในวันที่จำเป็น แทนการใช้จ่ายแบบกระจัดกระจายจนวงเงินหมดเร็ว
ห้ามซื้ออะไร เช็กให้ชัดก่อนเสียสิทธิ
แม้โครงการจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้มาก แต่ไม่ได้แปลว่าสามารถซื้อทุกอย่างได้ทั้งหมด เพราะมีสินค้าบางประเภทที่ไม่เข้าเงื่อนไข และหากใช้ผิดวัตถุประสงค์ มีโอกาสถูกตรวจสอบ ระงับ หรือยึดสิทธิได้

สินค้าที่ไม่ร่วมโครงการ ได้แก่
ร้านนวด
สปา
ร้านทำเล็บ
ร้านทำผม
สลากกินแบ่งรัฐบาล
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ผลิตภัณฑ์ยาสูบ
บัตรกำนัล
บัตรเงินสด
บริการที่เป็นการจ่ายล่วงหน้าในรูปแบบอื่น ๆ
ข้อควรจำคือ โครงการนี้ตั้งใจช่วยค่าใช้จ่ายจำเป็น ไม่ใช่ช่องทางแลกเงินสด ซื้อของต้องห้าม หรือใช้สิทธิแทนกันแบบผิดเงื่อนไข ดังนั้นก่อนสแกนจ่าย ควรดูให้ชัดว่าร้านค้าและสินค้าที่เลือกอยู่ในกลุ่มที่ร่วมโครงการจริงหรือไม่
ต้องเติมเงินเท่าไร ถึงใช้สิทธิได้คุ้ม
เพราะรัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% หากต้องการใช้สิทธิรัฐให้ครบ 1,000 บาทต่อเดือน ประชาชนต้องเติมเงินหรือมีเงินใน G-Wallet ประมาณ 667 บาท เพื่อให้มียอดใช้จ่ายรวมประมาณ 1,667 บาทต่อเดือน
ตัวอย่างการใช้สิทธิ
ซื้อของ 100 บาท – รัฐช่วย 60 บาท ประชาชนจ่าย 40 บาท
ซื้อของ 200 บาท – รัฐช่วย 120 บาท ประชาชนจ่าย 80 บาท
ใช้สิทธิรัฐครบ 1,000 บาทต่อเดือน – ประชาชนจ่ายเองประมาณ 667 บาท
ทั้งโครงการหากใช้ครบ 4 เดือน รัฐช่วยสูงสุด 4,000 บาท ทำให้มียอดซื้อรวมประมาณ 6,667 บาท โดยประชาชนจ่ายเองประมาณ 2,667 บาท
วิธีใช้สิทธิผ่านแอปเป๋าตัง
ขั้นตอนการใช้สิทธิไม่ซับซ้อน แต่ต้องทำให้ถูกลำดับ เพื่อป้องกันปัญหาจ่ายไม่ผ่านหรือยอดเงินไม่พอ
เปิดแอปเป๋าตัง
เข้าเมนู G-Wallet
เลือกแบนเนอร์โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40
แจ้งร้านค้าว่าต้องการจ่ายด้วยสิทธิไทยช่วยไทยพลัส
กดสแกน QR Code ของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
ตรวจสอบยอดที่ต้องจ่าย ระบบจะคำนวณส่วนรัฐและส่วนประชาชนให้อัตโนมัติ
กดยืนยันการชำระเงิน
ใส่รหัส PIN 6 หลัก เพื่อจบรายการ
หากเงินใน G-Wallet ไม่พอ ต้องเติมเงินก่อนทำรายการ เพราะระบบจะไม่สามารถหักเงินส่วนของประชาชนได้ครบตามเงื่อนไข

ใช้ผ่านฟู้ดเดลิเวอรีได้ไหม
การใช้สิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรีมีเงื่อนไขเฉพาะ โดยใช้ได้กับอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น รัฐช่วยเฉพาะค่าอาหารหรือเครื่องดื่ม ไม่รวมค่าส่งหรือค่าบริการอื่น ๆ และช่วงเวลาการใช้สิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรีอยู่ที่ 06.00 – 21.00 น.
ที่สำคัญ ห้ามเรียกรับเงินทอนเป็นเงินสด ห้ามซื้อขายปลอม และผู้ซื้อกับผู้ขายต้องไม่ใช่บุคคลเดียวกันหรืออยู่ในลักษณะที่เข้าข่ายทำรายการเทียม เพราะพฤติกรรมเหล่านี้เสี่ยงถูกตรวจสอบและถูกตัดสิทธิได้ทันที
เทคนิคใช้เงิน 1,000 บาทแรกให้คุ้มที่สุด
การใช้สิทธิให้คุ้ม ไม่ใช่แค่รีบใช้ให้หมด แต่ต้องเลือกใช้กับรายจ่ายที่จำเป็นจริง เช่น ค่าอาหารในแต่ละวัน ของใช้ในบ้าน หรือค่าเดินทางบางส่วน เพราะเงินสนับสนุนมีเพดานรายวันและรายเดือน
แนวทางที่ควรทำคือ แบ่งใช้วันละไม่เกินวงเงินที่กำหนด ตรวจสอบร้านค้าที่เข้าร่วมก่อนซื้อ และเก็บสิทธิไว้ใช้กับรายการที่จำเป็นมากกว่าซื้อของตามอารมณ์ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีค่าอาหารประจำวันสูง โครงการนี้ช่วยลดภาระได้ชัด หากวางแผนให้ดีตั้งแต่ต้นเดือน
สรุป ไทยช่วยไทยพลัสต้องจำอะไรบ้าง
ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เป็นมาตรการช่วยค่าครองชีพที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยรัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40% ได้วงเงิน 1,000 บาทต่อเดือน ใช้ได้กับอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ร้าน OTOP และบริการขนส่งสาธารณะที่ร่วมโครงการ แต่ห้ามใช้กับแอลกอฮอล์ ยาสูบ สลากกินแบ่ง บัตรเงินสด บัตรกำนัล และบริการที่ไม่อยู่ในเงื่อนไข
ใครได้รับสิทธิแล้วควรเช็กยอดเงิน เติมเงินใน G-Wallet ให้พร้อม และใช้จ่ายอย่างถูกต้อง เพราะถ้าทำผิดเงื่อนไข ไม่ใช่แค่จ่ายไม่ผ่าน แต่อาจเสี่ยงถูกระงับหรือยึดสิทธิได้เช่นกัน
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

