โมร็อกโกดับอัศวินสีส้มเดือด จุดโทษนรกส่งเนเธอร์แลนด์ร่วงบอลโลก 2026

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวนี้แบบสั้น: โมร็อกโกสร้างค่ำคืนสุดระทึกใน ฟุตบอลโลก 2026 หลังไล่ตีเสมอเนเธอร์แลนด์ 1-1 จากลูกโหม่งท้ายเกมของ อิสซา ดิย็อป ก่อนยื้อถึง 120 นาทีและดวลจุดโทษชนะ 3-2 ส่งอัศวินสีส้มตกรอบ 32 ทีมแบบเจ็บแสบ เกมนี้โมร็อกโกเหนือกว่าทั้งความดุดัน โอกาสยิง และความนิ่งในวินาทีชี้ขาด ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้

โมร็อกโกเขียนบทโหด ดับฝันเนเธอร์แลนด์คาสนาม

เนเธอร์แลนด์กลายเป็นอีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ยุโรปที่ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านใน บอลโลก 2026 หลังโดนโมร็อกโกเขี่ยตกรอบ 32 ทีม ด้วยการดวลจุดโทษสุดบีบหัวใจ 3-2 หลังเสมอกัน 1-1 ตลอด 120 นาที ที่มอนเตร์เรย์ สเตเดียม ประเทศเม็กซิโก ต่อหน้าแฟนบอล 51,243 คน

เกมนี้ไม่ใช่ชัยชนะจากโชคชะตา แต่เป็นชัยชนะของทีมที่กล้าเล่น กล้าบุก และกล้ากดดันมากกว่า โมร็อกโกเดินหน้าใส่เนเธอร์แลนด์แทบทั้งเกม ขณะที่อัศวินสีส้มเล่นระวังตัวเกินไปจนเสียจังหวะของตัวเอง และสุดท้ายต้องจ่ายราคาแพงในค่ำคืนที่ไม่มีพื้นที่ให้คนลังเล

เกมไม่ได้โกหก โมร็อกโกเหนือกว่าชัดเจน

ตัวเลขหลังเกมสะท้อนภาพบนสนามแบบไม่ต้องเถียง โมร็อกโกครองบอล 69% ยิงทั้งหมด 11 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้ง ขณะที่เนเธอร์แลนด์มีโอกาสยิงเพียง 6 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง และได้เตะมุม 5 ครั้ง น้อยกว่าโมร็อกโกที่ได้ 8 ครั้ง

ช่วงต้นเกมเนเธอร์แลนด์ยังพอเริ่มได้ดี แต่เมื่อโมร็อกโกตั้งลำได้ เกมก็ไหลเข้าทางพวกเขาทันที นีล เอล อายนาอุย และ อัชราฟ ฮาคิมี บีบให้ บาร์ต แฟร์บรุกเกน ต้องออกแรงเซฟสำคัญ ส่วนแนวรุกดัตช์อย่าง โคดี้ กัคโป กับ ไบรอัน บร็อบบีย์ แทบไม่มีพิษสงในช่วง 70 นาทีแรก

แดนกลางของโมร็อกโกคือจุดที่ฆ่าเกมอย่างแท้จริง เอล อายนาอุย จับคู่กับดาวรุ่งอย่าง อายยูบ บูอัดดี คุมจังหวะจนเนเธอร์แลนด์ต้องถอยลึกกว่าที่วางแผนไว้ และยิ่งเล่นยิ่งเหมือนอัศวินสีส้มกำลังรอให้เกมผ่านไป มากกว่าจะเดินหน้าคว้าชัยด้วยตัวเอง

โคมันแก้เกมทัน แต่ยังไม่พอให้รอดชีวิต

โรนัลด์ โคมัน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงทีมในช่วงพักครึ่ง แต่ใช้ช่วงพักดื่มน้ำครึ่งหลังเป็นจุดเปลี่ยน ส่ง เวาต์ เว็กฮอร์สต์ และ เทิน คูปไมเนอร์ส ลงมา พร้อมปรับไปเล่นบอลโยนตรงแบบ Route 1 หรือบอลไดเรกต์เข้าพื้นที่สุดท้ายให้เร็วที่สุด

แผนนี้ได้ผลทันที แฟร์บรุกเกนเปิดบอลยาว เว็กฮอร์สต์โหม่งต่อให้ คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ก่อนจ่ายเข้ากลางให้ โคดี้ กัคโป ยิงประตูขึ้นนำในนาที 72 เป็นประตูที่มาจากการแก้เกมแบบตรงจุด แต่ก็เป็นเพียงประกายไฟสั้นๆ ในคืนที่เนเธอร์แลนด์ไม่ได้ควบคุมเกมอย่างแท้จริง

ดิย็อปโขก 90+1 ความสิ้นหวังที่กลายเป็นชีวิตใหม่

เมื่อเวลาบีบคอ โมร็อกโกต้องเสี่ยง และความเสี่ยงนั้นกลายเป็นประตูทองของพวกเขา เชมส์ดีน ตัลบี ตัวสำรอง ได้บอลทางฝั่งซ้าย ก่อนเปิดยาวเข้าเขตโทษให้ อิสซา ดิย็อป เซนเตอร์แบ็กที่เติมขึ้นมาแบบหมดหน้าตัก โขกตีเสมอ 1-1 ในนาที 90+1

ประตูนี้ไม่ใช่แค่ลูกตีเสมอ แต่มันสะท้อนโครงสร้างทีมโมร็อกโกยุคใหม่ที่ดึงพลังจากสายเลือดโมร็อกโกในยุโรป ตัลบีเคยเล่นให้ทีมชาติเบลเยียมชุดเยาวชน ส่วนดิย็อปเคยอยู่ในระบบของฝรั่งเศส ก่อนเพิ่งยื่นเอกสารเปลี่ยนมาเล่นให้โมร็อกโกไม่นานก่อนทัวร์นาเมนต์นี้

จุดโทษคือสนามประหาร ใครนิ่งกว่ารอด

เมื่อเกมลากถึงการดวลจุดโทษ ความกดดันเข้าขั้นโหดเหี้ยม ทั้งสองทีมมีพลาด มีสั่น และมีจังหวะที่หัวใจแทบหยุดเต้น โดยเฉพาะลูกยิงของ ซูฟียาน ราฮิมี ที่แฟร์บรุกเกนเหมือนจะเซฟได้แล้ว แต่บอลกลับหลุดผ่านเข้าไปกลายเป็นประตูสำคัญของโมร็อกโก

  • คูปไมเนอร์สยิงเข้าให้เนเธอร์แลนด์นำ 1-0 ก่อนเอล อายนาอุยพลาด
  • จัสติน ไคลเวิร์ต ยิงพลาด แล้วราฮิมีตีเสมอให้โมร็อกโกเป็น 1-1
  • เว็กฮอร์สต์ยิงเข้า แต่ตัลบีตอบโต้กลับให้สกอร์เป็น 2-2
  • ควินเทน ทิมเบอร์พลาด และฮาคิมีก็พลาดเช่นกัน สถานการณ์ยังเดือดเท่าเดิม
  • ซัมเมอร์วิลล์พลาด ก่อน อิสมาเอล ซาอิบารี ซัดปิดบัญชีให้โมร็อกโกชนะ 3-2

ยาสซีน บูนู กลายเป็นอีกหนึ่งฮีโร่ของค่ำคืนนี้ หลังช่วยเซฟลูกยิงของซัมเมอร์วิลล์ ก่อนซาอิบารีรับบทเพชฌฆาตส่งโมร็อกโกเข้ารอบต่อไป ส่วนเนเธอร์แลนด์ต้องกลับไปถามตัวเองว่าแพ้เพราะจุดโทษ หรือแพ้ตั้งแต่วิธีเล่นตลอด 120 นาที

โมเมนต์ของกัคโป ฟุตบอลที่เจ็บเกินผลการแข่งขัน

ท่ามกลางเกมที่เดือดที่สุดช่วงหนึ่งของทัวร์นาเมนต์ ประตูของกัคโปในนาที 72 กลายเป็นภาพที่แฟนบอลหลายคนยากจะลืม เพราะก่อนหน้านั้นเขาและคู่ชีวิต โนอา ฟาน เดอร์ ไบจ์ เพิ่งแจ้งข่าวเศร้าว่าสูญเสียลูกในครรภ์ชื่อ เอลิยาห์ ราฟาเอล กัคโป

ทันทีที่บอลตุงตาข่าย กัคโปล้มลงด้วยอารมณ์ที่กลั้นไม่อยู่ เพื่อนร่วมทีมทั้งในสนามและม้านั่งสำรองรีบเข้ามาปลอบ เป็นวินาทีที่ฟุตบอลเผยด้านที่จริงที่สุดของมนุษย์ ต่อให้ผลการแข่งขันสุดท้ายจะโหดร้ายกับเนเธอร์แลนด์ แต่ประตูนี้จะถูกจดจำในอีกความหมายหนึ่ง

โมร็อกโกเดินหน้าชนแคนาดา รอบ 16 ทีมสุดท้าย

ชัยชนะครั้งนี้พาโมร็อกโกไปดวลกับเจ้าภาพร่วมอย่างแคนาดาในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ฮูสตัน วันที่ 4 กรกฎาคม 2026 ซึ่งเป็นอีกบททดสอบใหญ่ของทีมที่เคยสร้างประวัติศาสตร์เป็นชาติแอฟริกาแรกที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเมื่อปี 2022

แคนาดาเองก็ไม่ใช่งานง่าย พวกเขาเพิ่งผ่านแอฟริกาใต้ด้วยประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ สตีเฟน เอสตากีโอ และยังได้แรงหนุนจากการกลับมาของ อัลฟอนโซ เดวีส์ ทำให้เกมรอบหน้าไม่ใช่แค่ศึกแท็กติก แต่เป็นบทพิสูจน์ว่าโมร็อกโกยังมีพลังพอจะไปไกลเหมือนที่โลกเคยเห็นหรือไม่

บทส่งท้ายจากค่ำคืนเดือด

เกมนี้สอนชัดเจนว่าในฟุตบอลโลก รอบน็อกเอาต์ไม่มีพื้นที่ให้ทีมที่เล่นแบบกลัวแพ้ เนเธอร์แลนด์มีชื่อชั้น มีขุมกำลัง และมีประตูนำ แต่โมร็อกโกมีความกล้า ความอึด และหัวใจที่ไม่ยอมตาย จึงไม่แปลกที่ทีมซึ่งเล่นเหมือนต้องการชัยชนะมากกว่า จะเป็นฝ่ายได้เดินต่อ

ติดตามความเคลื่อนไหว ผลบอลโลก 2026 ข่าวเด่น ข่าววันนี้ และบทวิเคราะห์ฟุตบอลโลกแบบเข้มข้นได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา