เอ็มบัปเป้ระเบิดโหด ฝรั่งเศสถล่มสวีเดน 3-0 ลิ่ว 16 ทีมบอลโลกแบบไร้ปรานี

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวนี้แบบสั้น: ฝรั่งเศสโชว์พลังแชมป์โลกเต็มสูบ ไล่ต้อนสวีเดน 3-0 ในศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย โดย คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เหมาสองประตู ขยับยอดยิงบอลโลกเป็น 18 ลูก ไล่จี้สถิติสูงสุดของ ลิโอเนล เมสซี่ แค่ประตูเดียว ขณะที่ ไมเคิล โอลิเซ่ และ แบรดลีย์ บาร์โกล่า เล่นเด่นจนแนวรับสวีเดนแตกเป็นเสี่ยง ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้

ตราไก่เดินเครื่องโหด เกมนี้ไม่ใช่การแข่งขันแต่คือการสาธิตพลัง

ฝรั่งเศสยังคงยืนหนึ่งในฐานะทีมที่น่ากลัวที่สุดของทัวร์นาเมนต์ หลังบุกถล่มสวีเดน 3-0 ที่เม็ตไลฟ์ สเตเดียม แบบเหนือชั้นทุกกระบวนท่า เกมนี้ไม่ใช่แค่ชัยชนะ แต่คือคำประกาศชัดเจนว่า ทีมชาติฝรั่งเศส พร้อมไล่ล่าบัลลังก์โลกอย่างจริงจัง

สวีเดนมีทั้ง วิคเตอร์ เยอเคเรส และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค สองกองหน้าที่ชื่อชั้นระดับยุโรป แต่ทั้งคู่แทบไม่มีพื้นที่หายใจตลอดเกม เมื่อเจอแนวรับและแดนกลางฝรั่งเศสบีบจนหายไปจากเกมรุก สถิติชัดเจนยิ่งกว่าเสียงนกหวีด ฝรั่งเศสยิง 25 ครั้ง ส่วนสวีเดนมีเพียง 4 ครั้ง นี่คือเกมที่ตราไก่กดคู่แข่งจนแทบไม่มีโอกาสเงยหน้า

เอ็มบัปเป้ใกล้เขียนประวัติศาสตร์ เหลืออีกลูกเดียวถึงสถิติโลก

คีลิยัน เอ็มบัปเป้ คือพระเอกตัวจริงของค่ำคืนนี้ ดาวยิงวัย 27 ปี กดสองประตูใส่สวีเดน ทำให้ยอดรวมในฟุตบอลโลกขยับเป็น 18 ประตูจาก 18 นัด ไล่ตามสถิติสูงสุดตลอดกาลของ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ทำไว้ 19 ประตู เหลือระยะห่างเพียงประตูเดียวเท่านั้น

ประตูแรกเกิดขึ้นช่วงท้ายครึ่งแรก จากจังหวะเล่นต่อเนื่องหลังลูกเตะมุม อุสมาน เดมเบเล่ เปิดย้อนให้เอ็มบัปเป้จบสกอร์ผ่าน ยาค็อบ เซตเตอร์สตรอม เข้าไปอย่างเยือกเย็น ส่วนประตูที่สองในนาที 74 ยิ่งตอกย้ำความโหด เมื่อเขาปั่นบอลเสียบมุมไกลแบบคมกริบ ก่อนวิ่งไปฉลองกับ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ท่ามกลางอารมณ์ร่วมของทั้งทีม

ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเอ็มบัปเป้ยังมีประตูที่ถูกจับล้ำหน้า และยังยิงชนเสาอีกหนึ่งครั้ง หากคมกว่านี้เล็กน้อย เขาอาจปิดเกมด้วยแฮตทริกหรือมากกว่านั้น สวีเดนไม่มีคำตอบ ไม่มีแผนรับมือ และสุดท้ายไม่มีทางรอดจากความเร็ว ความนิ่ง และสัญชาตญาณสังหารของกัปตันฝรั่งเศส

โอลิเซ่คุมจังหวะเหมือนจอมทัพ บาร์โกล่าปิดบัญชีอย่างเลือดเย็น

เกมรุกฝรั่งเศสไม่ได้มีแค่เอ็มบัปเป้ เพราะ ไมเคิล โอลิเซ่ เล่นได้ร้อนแรงจนแนวรับสวีเดนปั่นป่วนตลอดทั้งคืน เขาขยับหาพื้นที่ จ่ายบอลฉลาด เล่นได้ทั้งสองเท้า และกลายเป็นคนที่ทำให้เกมรุกตราไก่ไหลลื่นแบบน่ากลัว

จังหวะประตู 2-0 คือภาพสะท้อนคุณภาพของฝรั่งเศสแบบเต็มตา โอลิเซ่แทงบอลทะลุช่องลอดแนวรับให้ แบรดลีย์ บาร์โกล่า หลุดไปจบสกอร์อย่างเด็ดขาดในนาที 53 เป็นประตูที่ดูเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความเร็ว ความแม่นยำ และความเฉียบคมระดับทีมลุ้นแชมป์

นอกจากนี้ โอลิเซ่ยังเกือบมีประตูระดับตำนานจากจังหวะจักรยานอากาศที่บอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว หากลูกนั้นเสียบตาข่าย มันอาจกลายเป็นหนึ่งในประตูที่ถูกพูดถึงไปอีกหลายสิบปี

ฝรั่งเศสครบเครื่องทุกมิติ เดส์ชองส์กดปุ่มถูกทุกจุด

ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ วางหมากได้อย่างนิ่งและเฉียบ ฝรั่งเศสครองบอลมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ มีโอกาสยิงตรงกรอบ 12 ครั้ง ได้เตะมุม 9 ครั้ง และสร้างอันตรายได้แทบทุกช่องทาง ทั้งโอเพ่นเพลย์ ลูกเซตพีซ บอลทะลุช่อง และการตัดกลับจากริมเส้น

เกมนี้ฝรั่งเศสปรับฝั่งซ้ายด้วยการส่ง ลูคัส ดีญ และ บาร์โกล่า ลงตัวจริง ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งความสมดุลและความดุดัน ขณะที่แนวรับอย่าง ฌูลส์ กุนเด้, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ และ วิลเลียม ซาลิบา จัดการเกมรุกสวีเดนได้อย่างหนักแน่น จน เยอเคเรส กับ อิซัค แทบไม่มีจังหวะอันตรายจริงๆ

เซตเตอร์สตรอม นายด่านสวีเดน ต้องออกแรงเซฟถึง 9 ครั้ง และเป็นเหตุผลสำคัญที่สกอร์ไม่ไหลไปไกลกว่านี้ หากไม่มีเขา เกมนี้อาจจบลงด้วยผลต่าง 5 หรือ 6 ประตูแบบไม่เกินจริง

สวีเดนสู้แล้วแต่เจอของจริงในเวลาที่ผิด

สวีเดนภายใต้การคุมทีมของ เกรแฮม พ็อตเตอร์ ต้องยอมรับชะตากรรมแบบเจ็บปวด พวกเขากลับมาสู่ฟุตบอลโลกหลังพลาดทัวร์นาเมนต์ปี 2022 และเริ่มต้นรอบแบ่งกลุ่มได้อย่างน่าตื่นเต้นด้วยการถล่มตูนิเซีย 5-1

แต่หลังจากนั้นทุกอย่างเริ่มสั่นคลอน พวกเขาแพ้เนเธอร์แลนด์ 1-5 ก่อนเสมอญี่ปุ่น 1-1 และผ่านเข้ารอบในฐานะทีมอันดับสามที่ดีที่สุด ทว่ารางวัลของการเอาตัวรอดกลับกลายเป็นการต้องมาเจอฝรั่งเศส ทีมที่กำลังพีกทั้งระบบและคุณภาพนักเตะ

แอนโธนี่ เอลังก้า พยายามวิ่งสู้ทุกจังหวะ แต่แทบไม่ได้รับผลตอบแทน เกมรุกของสวีเดนถูกตัดขาดจากแดนกลาง ส่วนสองหัวหอกตัวความหวังแทบไม่ได้บอลในพื้นที่อันตราย นี่ไม่ใช่เกมที่สวีเดนยอมแพ้ง่ายๆ แต่เป็นเกมที่พวกเขาชนกำแพงเหล็กของจริง

เอ็มบัปเป้เวอร์ชันมีความสุข น่ากลัวกว่าที่โลกคิด

สิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้ตัวเลขประตู คือภาษากายของเอ็มบัปเป้ เขาดูมีความสุข ยิ้ม เล่นอย่างอิสระ ฉลองกับเพื่อนร่วมทีม และวิ่งไปกอดเดส์ชองส์หลังยิงประตูที่สอง ราวกับปลดปล่อยแรงกดดันทั้งหมดออกจากหัวใจ

ตลอดปีที่ผ่านมา ชีวิตสโมสรของเขากับเรอัล มาดริดถูกพูดถึงอย่างหนัก ทั้งความวุ่นวายในทีม การเปลี่ยนกุนซือหลายครั้ง เสียงโห่จากแฟนบอล และฤดูกาลที่จบลงแบบไร้แชมป์ แต่ในสีเสื้อฝรั่งเศส เอ็มบัปเป้กลับดูเหมือนคนละคน เป็นผู้นำที่มีพลัง เป็นตัวจบสกอร์ที่เยือกเย็น และเป็นศูนย์กลางของทีมที่ทุกคนพร้อมเล่นเพื่อกันและกัน

เคมีระหว่างเอ็มบัปเป้กับโอลิเซ่ยิ่งน่าจับตา ทั้งคู่เล่นเหมือนรู้ใจกันโดยไม่ต้องมองมาก จังหวะจ่าย จังหวะวิ่ง และความกล้าในการเข้าทำ ทำให้ฝรั่งเศสมีเกมรุกที่ยากจะคาดเดา และนั่นคือเหตุผลที่คู่แข่งรอบต่อไปต้องหนาวตั้งแต่ยังไม่ลงสนาม

รอบ 16 ทีมสุดท้าย ฝรั่งเศสชนปารากวัย งานต่อไปยังหนักแต่ตราไก่กำลังเดือด

ชัยชนะนัดนี้ส่งฝรั่งเศสเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยมีคิวพบ ปารากวัย ทีมที่เพิ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการเขี่ยเยอรมนีตกรอบหลังดวลจุดโทษ นั่นทำให้เกมต่อไปไม่ใช่งานง่าย แต่ฟอร์มของฝรั่งเศสตอนนี้ชัดเจนว่าพร้อมรับมือทุกบททดสอบ

ตราไก่ชนะครบ 4 นัดในทัวร์นาเมนต์ ยิงประตูต่อเนื่อง เกมรุกหลากหลาย และมีเอ็มบัปเป้ที่กำลังไล่ล่าประวัติศาสตร์ หากเขายิงได้อีกลูกเดียว สถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลฟุตบอลโลกของเมสซี่จะถูกทาบทัน และโลกฟุตบอลอาจได้เห็นตำนานบทใหม่ถูกเขียนขึ้นต่อหน้าต่อตา

บทสรุปเกมนี้

ฝรั่งเศสไม่ได้แค่ชนะสวีเดน แต่ชนะด้วยรูปแบบที่ทำให้คู่แข่งทั้งทัวร์นาเมนต์ต้องหันมามอง พวกเขามีทั้งความเร็ว ความลึก คุณภาพรายบุคคล และความเป็นทีมที่ลงตัว เอ็มบัปเป้กำลังร้อนแรง โอลิเซ่กำลังฉายแสง และเดส์ชองส์กำลังถือขุมกำลังที่น่ากลัวที่สุดชุดหนึ่งของฟุตบอลโลก 2026

ติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026 ผลบอลโลกเมื่อคืน บทวิเคราะห์ทีมชาติฝรั่งเศส โปรแกรมรอบ 16 ทีมสุดท้าย และทุกประเด็นร้อนลูกหนังได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา แหล่งรวมข่าวเด่น ข่าววันนี้ สำหรับแฟนบอลตัวจริง

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา