ยูเนียน เบอร์ลินยืนกราน หนุนหลัง มารี-ลุยส์ เอต้า เต็มร้อย
ยูเนียน เบอร์ลิน ออกมาตอบโต้กระแสเหยียดเพศอย่างชัดเจน หลังสโมสรสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการแต่งตั้ง มารี-ลุยส์ เอต้า วัย 34 ปี ขึ้นคุมทีมชุดใหญ่ของฝ่ายชาย โดยเธอกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้ทำหน้าที่เฮดโค้ชทีมชายใน 1 ใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป กับภารกิจพาทีมลุยต่อจนจบฤดูกาล
การแต่งตั้งครั้งนี้ทำให้ชื่อของเอต้าถูกจับตาทันที และเกมแรกของเธอจะเริ่มขึ้นในศึกลีกวันเสาร์นี้ พบกับโวล์ฟสบวร์ก ท่ามกลางแรงกดดันทั้งในสนามและนอกสนาม โดยเฉพาะเสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์ที่พุ่งเป้าโจมตีว่าเธอไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้เพียงเพราะเป็นผู้หญิง
เสียงวิจารณ์ยังไม่ทันซา แต่สโมสรออกโรงป้องกันทันควัน
ยูเนียน เบอร์ลิน ไม่ปล่อยให้กระแสลบลุกลาม โดยทั้งสโมสรและผู้บริหารต่างออกมาย้ำจุดยืนชัดเจนว่าพร้อมสนับสนุนเอต้าเต็มที่ หลังจากก่อนหน้านี้เธอทำงานเป็นโค้ชทีมรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีของสโมสรในฤดูกาลนี้
ฮอร์สต์ เฮลด์ท ผู้บริหารของยูเนียน เบอร์ลิน กล่าวอย่างชัดเจนว่า
“เรามีความเชื่อมั่นในตัว Loui 100 เปอร์เซ็นต์ ด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ผมมองว่ามันน่าเหลือเชื่อมากที่ในยุคสมัยนี้ เรายังต้องมานั่งรับมือกับเรื่องแบบนี้ และยังต้องออกมาชี้แจงเหตุผลของตัวเอง”
คำพูดนี้สะท้อนชัดว่าสโมสรไม่ได้มองเรื่องเพศเป็นประเด็น แต่ให้ความสำคัญกับความสามารถล้วนๆ และพร้อมชนทุกกระแสที่พยายามลดทอนคุณค่าของเธอ
อนาคตยังเปิดกว้าง หลังรับไม้ต่อจากสเตฟเฟน เบาม์การ์ท
เอต้าเข้ามารับหน้าที่ต่อจาก สเตฟเฟน เบาม์การ์ท ที่ถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และแม้ตอนนี้ภารกิจของเธอจะถูกวางไว้จนจบฤดูกาล แต่เฮลด์ทก็ยังไม่ปิดโอกาสเรื่องการทำงานระยะยาว
“ผมคิดว่า ณ ตอนนี้คงไม่สมเหตุสมผลนัก ถ้าจะตัดความเป็นไปได้ใดๆ ทิ้งไปก่อนล่วงหน้า”
นั่นหมายความว่า หากผลงานออกมาดีพอ ยูเนียน เบอร์ลิน ก็อาจเดินหน้าต่อกับโค้ชหญิงรายนี้แบบถาวรได้เหมือนกัน
เอต้ามองเรื่องนี้แบบเรียบง่าย โฟกัสแค่ฟุตบอลและการทำงาน
คริสเตียน อาร์ไบท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของสโมสร เผยว่า เอต้าไม่ได้หมกมุ่นกับสถานะเชิงประวัติศาสตร์ของตัวเองมากเกินไป แม้เธอจะเคยเป็นแชมป์ยูฟ่า วีเมนส์ แชมเปียนส์ ลีก กับเทอร์ไบน์ พ็อตส์ดัม เมื่อปี 2010 ก็ตาม
“มารี-ลุยส์ เอต้า มีมุมมองต่อทุกอย่างแบบเรียบง่ายและเป็นรูปธรรมมาก”
“เธอรู้ดีว่านี่คือเรื่องพิเศษ แต่สำหรับเธอ ฟุตบอลคือสิ่งสำคัญที่สุด เธอต้องการทำงานกับทีม และเธอต้องการอยู่ในสนาม”
มุมคิดแบบนี้ทำให้เห็นชัดว่าเอต้าไม่ได้ต้องการเป็นสัญลักษณ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานจริงในโลกของ ฟุตบอลเยอรมัน
ยูเนียน เบอร์ลินสวนกลับในโลกออนไลน์ ไม่ปล่อยคำเหยียดผ่านไปง่ายๆ
อีกจุดที่น่าสนใจคือท่าทีของสโมสรในโซเชียลมีเดีย ซึ่งเลือกเผชิญหน้ากับคอมเมนต์เหยียดอย่างตรงไปตรงมา ไม่ปล่อยผ่านแบบเงียบๆ
เมื่อมีผู้ใช้รายหนึ่งโพสต์ทำนองว่านักเตะคงไม่รับฟังคำสั่งแท็กติกจากผู้หญิง บัญชีทางการของสโมสรใน X ตอบกลับทันทีว่า
“ด้วยความเคารพ นั่นคือการเหยียดเพศ”
อีกคอมเมนต์ที่ระบุว่าโค้ชผู้ชายคนไหนแพ้ให้เธอคงเสียหน้า ก็ถูกสโมสรตีตราตรงๆ ว่าเป็นความเห็นแบบเหยียดเพศเช่นกัน
และเมื่อมีแฟนบอลแสดงความเป็นห่วงว่าเอต้าอาจต้องเผชิญแรงกระแทกจากกระแสเกลียดชังหากเธอพาทีมแพ้ สโมสรตอบกลับชัดเจนว่า
“ครอบครัวยูเนียนจะอยู่เคียงข้างเธอ”
กระแสชื่นชมตามมา แม้นายกเทศมนตรีเบอร์ลินยังพิมพ์ชื่อผิด
การตัดสินใจของยูเนียน เบอร์ลิน ยังได้รับคำชมจาก ไค เว็กเนอร์ นายกเทศมนตรีกรุงเบอร์ลิน ที่มองว่านี่คือ
“สัญญาณอันทรงพลังสำหรับฟุตบอลอาชีพ และสำหรับผู้หญิงในวงการกีฬาระดับสูง”
อย่างไรก็ตาม เขากลับสะกดชื่อของเอต้าผิดในโพสต์ดังกล่าว ก่อนที่สโมสรจะเข้ามาแก้ให้แบบตรงประเด็น ส่วนเว็กเนอร์ตอบกลับแบบติดตลกว่า
“พวกเราตื่นเต้นกันมากไปหน่อย”
บทสรุปที่มากกว่าการเปลี่ยนโค้ช
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนหัวหน้าผู้ฝึกสอนกลางฤดูกาลเท่านั้น แต่คือภาพสะท้อนสำคัญของวงการ บุนเดสลีกา และฟุตบอลอาชีพยุคใหม่ ว่าความสามารถควรถูกตัดสินจากผลงาน ไม่ใช่จากเพศสภาพ ยิ่งยูเนียน เบอร์ลินเลือกยืนหยัดปกป้องโค้ชของตัวเองอย่างเปิดเผย ยิ่งทำให้การแต่งตั้งครั้งนี้มีน้ำหนักมากกว่าเดิมหลายเท่า
จากนี้ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่เกมกับโวล์ฟสบวร์ก ว่า มารี-ลุยส์ เอต้า จะพายูเนียน เบอร์ลิน เดินหน้าได้ไกลแค่ไหน แต่ไม่ว่าผลในสนามจะออกมาอย่างไร สโมสรแห่งนี้ก็ประกาศชัดแล้วว่า พวกเขาไม่ยอมถอยให้กับแนวคิดล้าหลัง และพร้อมยืนอยู่ข้างโค้ชหญิงคนนี้เต็มตัว แฟนบอลที่กำลังมองหา ข่าวฟุตบอลต่างประเทศล่าสุด บุนเดสลีกา ยูเนียน เบอร์ลิน และประเด็นเข้มๆ จากโลกลูกหนัง ติดตามต่อได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

