กลาสเนอร์ลั่น พาเลซไม่เปลี่ยนแผนแม้กุมความได้เปรียบ
ฟิออเรนตินา พบ คริสตัล พาเลซ ในศึก คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดสอง ที่สตาดิโอ ฟรังคี่ กำลังถูกจับตาอย่างหนัก และแม้พาเลซจะตุนสกอร์จากนัดแรกไว้ถึง 3-0 แต่ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ยืนยันชัดว่าทีมของเขาจะไม่ลงไปเล่นแบบรอรับแน่นอน
กุนซือชาวออสเตรียเปิดเผยก่อนเกมที่ฟลอเรนซ์ว่า แนวทางของทีมจะยังเหมือนเดิมทุกอย่าง นั่นคือเดินหน้าเล่นเกมรุก กล้าแลก และแสดงให้เห็นคุณภาพของทีมไม่ว่าจะเล่นในบ้านหรือออกไปเยือน เพราะตั้งแต่วันที่เขาเข้ามาคุมทีมในลอนดอน แนวคิดหลักของเขาไม่เคยเปลี่ยน
เขากล่าวว่า
“ไม่มีใครที่นี่มีแนวคิดแบบนั้น ตั้งแต่ผมมาถึงลอนดอน แนวทางของเราคือการแสดงให้เห็นคุณค่าของทีม ไม่ว่าจะเจอกับใคร เล่นในบ้านหรือนอกบ้าน พรุ่งนี้เราจะใช้แนวทางเดิม เราจะไม่ลงไปตั้งรับ”
มองพรีเมียร์ลีกกับเซเรีย อาแบบให้เกียรติ ไม่มีลีกไหนเหนือกว่าชัดเจน
อีกประเด็นที่ถูกถามอย่างน่าสนใจคือช่องว่างระหว่าง พรีเมียร์ลีก กับ เซเรีย อา หลังจากสัปดาห์เดียวกันนั้น ทั้งคริสตัล พาเลซ และแอสตัน วิลลา ต่างทำผลงานเหนือกว่าคู่แข่งจากอิตาลีในเวทียุโรป
แต่กลาสเนอร์ไม่ได้ตอบแบบข่มคู่แข่ง เขาเลือกมองเกมอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเคารพต่อฟุตบอลอิตาลีอย่างมาก โดยชี้ว่าความต่างของทั้งสองลีกไม่ได้ห่างกันมากอย่างที่หลายคนคิด
เขากล่าวว่า
“ผมดูทั้งเกมของเราและเกมระหว่างโบโลญญ่ากับแอสตัน วิลลา โบโลญญ่ามีโอกาสหลายครั้งแต่เปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้ ผมไม่คิดว่าทั้งสองลีกแตกต่างกันมาก สิ่งที่ต่างคือรูปแบบการเล่น แต่หากให้พูดมากกว่านั้น ผมคงไม่พูด”
คำพูดนี้สะท้อนชัดว่าเขาไม่ได้มองฟุตบอลอิตาลีต่ำกว่าอังกฤษ เพียงแต่แต่ละลีกมีคาแรกเตอร์ต่างกัน และผลการแข่งขันในหนึ่งสัปดาห์ไม่ใช่หลักฐานตัดสินคุณภาพของลีกทั้งหมด
เปิดใจเรื่องอนาคต รับสนใจคุมทีมในอิตาลี
สิ่งที่ทำให้แฟนบอลอิตาลีหูผึ่งไม่น้อย คือคำตอบของกลาสเนอร์เมื่อถูกถามถึงโอกาสทำงานในแดนมะกะโรนีในอนาคต โดยเจ้าตัวยอมรับตรงๆ ว่าเขาเปิดกว้างกับความเป็นไปได้นั้น
เขากล่าวว่า
“ผมติดตามเซเรีย อาอย่างใกล้ชิด และแน่นอนว่าผมเปิดรับแนวคิดเรื่องการมาทำงานที่อิตาลี แต่สิ่งสำคัญสำหรับผมคือความทะเยอทะยานของสโมสรที่ผมจะเข้าไปทำงาน ตอนนี้ผมยังไม่ได้คิดถึงอนาคตของตัวเอง”
นั่นหมายความว่า ประตูสู่ กุนซือคริสตัล พาเลซ ในเส้นทางใหม่ยังไม่ถูกปิดตาย โดยเฉพาะหากวันหนึ่งมีสโมสรอิตาลีที่มีโปรเจกต์ชัดเจนและแรงผลักดันมากพอเข้ามาทาบทาม
สภาพทีมพาเลซก่อนบุกฟรังคี่ มาตตากลับมาแต่ยังไม่เต็มร้อย
ในด้านขุมกำลัง กลาสเนอร์ยืนยันว่าผู้เล่นที่หมดสิทธิ์ลงสนามแน่นอนมีเพียง Guessand ซึ่งจะพักราว 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม เขามั่นใจว่าทีมรับมือได้ และยกผลการแข่งขันกับนิวคาสเซิลเป็นตัวอย่างว่าพาเลซยังสามารถเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ขาดบางคนไป
ข่าวดีคือ ฌอง ฟิลิปป์ มาเตตา กลับมาจากอาการบาดเจ็บแล้ว แต่เฮดโค้ชยอมรับตามตรงว่ากองหน้ารายนี้ยังไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เต็มที่
เขากล่าวว่า
“ผมหวังว่าเขาจะได้เล่นฟุตบอลโลกกับฝรั่งเศสอย่างยอดเยี่ยม”
ประโยคนี้แม้ฟังดูเป็นคำอวยพรธรรมดา แต่ก็แฝงนัยบางอย่างเกี่ยวกับอนาคตของดาวยิงรายนี้ หลังจบฤดูกาลซึ่งยังไม่มีความแน่นอนว่าจะอยู่กับทีมต่อไปหรือไม่
นอกจากนี้ กลาสเนอร์ยังย้ำด้วยว่า การมีนักเตะหลายคนเสี่ยงติดโทษแบนจากใบเหลือง จะไม่ส่งผลต่อการจัดตัวจริงตั้งแต่นาทีแรก เพราะเขาไม่ต้องการให้ทีมเริ่มเกมด้วยความกลัว
เตือนฟิออเรนตินาจะดุดันขึ้น และแฟนเจ้าถิ่นจะสร้างแรงกดดันมหาศาล
กลาสเนอร์ยังพูดถึงบรรยากาศในสนามฟรังคี่ด้วยความชื่นชม โดยเชื่อว่าแฟนบอลเจ้าถิ่นจะช่วยสร้างเกมที่เข้มข้นและกดดันกว่าที่ผ่านมา แม้เขาจะรู้สึกเสียดายที่เห็นบางส่วนของสนามถูกปิดในเกมก่อนหน้านี้กับลาซิโอ
เขากล่าวว่า
“ผมมั่นใจว่าแฟนบอลจะสร้างบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม และผมคาดว่าฟิออเรนตินาจะเล่นอย่างดุดันมากขึ้นกว่านี้ในวันพรุ่งนี้”
นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า พาเลซจะไม่เจองานง่ายแน่นอน เพราะเจ้าบ้านไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเปิดเกมไล่ล่าอย่างเต็มกำลัง และเมื่อบรรยากาศในฟลอเรนซ์เดือดขึ้น เกมนี้ก็มีสิทธิ์กลายเป็นอีกคืนที่เข้มข้นของฟุตบอลยุโรป
บทสรุปก่อนเกม
แม้คริสตัล พาเลซจะถือไพ่เหนือกว่าจากผลนัดแรก แต่จากคำพูดของกลาสเนอร์ชัดเจนว่าเขาไม่คิดพาทีมไปยืนรอให้ฟิออเรนตินาบุกใส่ฝ่ายเดียว เกมนี้จึงมีแนวโน้มออกมาสนุก ดุเดือด และเต็มไปด้วยจังหวะแลกหมัดตลอด 90 นาที ขณะเดียวกัน ประเด็นอนาคตของกลาสเนอร์กับความสนใจในฟุตบอลอิตาลี ก็ยิ่งเติมสีสันให้เกมนี้น่าสนใจขึ้นไปอีกขั้น
แฟนบอลที่กำลังตามข่าว วิเคราะห์บอลฟิออเรนตินา พบ คริสตัล พาเลซ, ความเคลื่อนไหวฟุตบอลยุโรป และประเด็นร้อนก่อนเกมสำคัญ อย่าลืมติดตามต่อได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

