ครม.เคาะแล้ว ตั้ง 2 รัฐมนตรีรักษาราชการแทน รมว.แรงงาน
การเมืองไทยมีความเคลื่อนไหวสำคัญอีกครั้ง หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเป็นหลักการ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ มอบหมายให้รัฐมนตรี 2 ราย เข้ามาทำหน้าที่ผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อให้การบริหารงานของกระทรวงแรงงานเดินหน้าต่อเนื่อง ไม่เกิดช่องว่างในช่วงเปลี่ยนผ่าน
มติดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดย น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบให้แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จำนวน 2 ราย ตามลำดับ เพื่อดูแลงานสำคัญของกระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับแรงงาน นายจ้าง ผู้ประกันตน และระบบเศรษฐกิจฐานราก
เปิดรายชื่อ ยศชนัน-นิกร รับหน้าที่ตามลำดับ
สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้รักษาราชการแทน รมว.แรงงาน มี 2 คน ได้แก่
- นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ทั้งนี้ การมอบหมายดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ถือเป็นการจัดวางกลไกบริหารราชการให้เดินหน้าต่อทันที โดยเฉพาะกระทรวงแรงงานที่มีภารกิจจำนวนมาก ทั้งด้านการคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม การส่งเสริมการมีงานทำ การพัฒนาทักษะแรงงาน และการดูแลแรงงานไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทำไมตำแหน่งรักษาราชการแทนถึงสำคัญ
ตำแหน่งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรี ไม่ใช่เพียงการนั่งแทนตำแหน่งชั่วคราว แต่เป็นบทบาทที่มีความสำคัญต่อความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ เพราะกระทรวงแรงงานเกี่ยวข้องกับชีวิตคนทำงานจำนวนมหาศาล ตั้งแต่ลูกจ้างรายวัน พนักงานประจำ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ไปจนถึงนายจ้างและผู้ประกอบการ
เมื่อมีผู้รักษาราชการแทนเข้ามาดูแล จะช่วยให้การอนุมัติงานสำคัญ การขับเคลื่อนนโยบาย และการติดตามปัญหาเร่งด่วนไม่ต้องหยุดชะงัก โดยเฉพาะประเด็นใหญ่ที่ประชาชนจับตา เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ สิทธิประกันสังคม ความปลอดภัยในการทำงาน การจัดหางาน และมาตรการช่วยเหลือแรงงานกลุ่มเปราะบาง
กระทรวงแรงงานกับภารกิจที่ประชาชนต้องจับตา
กระทรวงแรงงานถือเป็นหนึ่งในกระทรวงที่อยู่ใกล้ปากท้องประชาชนมากที่สุด เพราะทุกนโยบายที่ออกจากกระทรวงนี้ล้วนเกี่ยวพันกับรายได้ ความมั่นคงในอาชีพ และคุณภาพชีวิตของคนทำงานโดยตรง
ประเด็นที่สังคมต้องติดตามต่อไป คือทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายแรงงานหลังจากนี้จะเดินหน้าอย่างไร โดยเฉพาะการยกระดับทักษะแรงงานให้ทันโลกยุคใหม่ การดูแลแรงงานนอกระบบ การคุ้มครองผู้ประกันตน และการปรับระบบแรงงานให้สอดรับกับเศรษฐกิจที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน
ในยุคที่ตลาดงานแข่งขันสูง แรงงานไม่ได้ต้องการเพียงงานทำเท่านั้น แต่ยังต้องการความมั่นคง รายได้ที่เหมาะสม สวัสดิการที่เข้าถึงได้ และโอกาสพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการบริหารกระทรวงแรงงานจึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องเดินทั้งเกมระยะสั้นและระยะยาวไปพร้อมกัน

มติ ครม. สะท้อนการประคองงานรัฐให้ต่อเนื่อง
การไฟเขียวครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการวางตัวผู้รับผิดชอบเพื่อประคองงานของกระทรวงแรงงานให้เดินหน้าอย่างเป็นระบบ ไม่ปล่อยให้ภารกิจสำคัญสะดุด โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับแรงงานทั่วประเทศ ซึ่งต้องอาศัยการตัดสินใจรวดเร็วและต่อเนื่อง
จากนี้ต้องจับตาว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายนิกร โสมกลาง ในฐานะผู้รักษาราชการแทนตามลำดับ จะขับเคลื่อนงานของกระทรวงแรงงานในจังหวะสำคัญนี้อย่างไร เพราะทุกความเคลื่อนไหวล้วนเกี่ยวข้องกับคนทำงาน นายจ้าง และระบบเศรษฐกิจไทยโดยตรง
สรุปภาพรวมข่าว
มติ ครม. ครั้งนี้ถือเป็นการจัดวางผู้ดูแลกระทรวงแรงงานในช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจน โดยให้ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนิกร โสมกลาง ทำหน้าที่รักษาราชการแทน รมว.แรงงาน ตามลำดับ มีผลตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ประเด็นสำคัญหลังจากนี้คือความต่อเนื่องของนโยบายแรงงาน การดูแลสิทธิแรงงาน และการขับเคลื่อนมาตรการที่เกี่ยวข้องกับปากท้องประชาชน
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

