คุนญ่าเบิ้ลเดือด! บราซิลคืนชีพถล่มเฮติ 3-0 แซงยึดจ่าฝูงกลุ่มซี

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวนี้แบบสั้น: บราซิลปลุกเครื่องติดในศึกฟุตบอลโลก 2026 หลังไล่อัดเฮติ 3-0 ที่ฟิลาเดลเฟีย โดย มาเตอุส คุนญ่า ยิงคนเดียวสองประตู ส่วน วินิซิอุส จูเนียร์ ทั้งแอสซิสต์และยิงปิดกล่อง พาทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ แซงนำกลุ่มซีด้วยผลต่างประตูได้เสีย ขณะที่เฮติแม้สู้สุดหัวใจแต่ยังไม่มีแต้มจากสองนัด โอกาสไปต่อแทบปิดฉากลงแล้ว ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้

บราซิลกลับมาประกาศศักดาอีกครั้งบนเวที ฟุตบอลโลก 2026 หลังจากเกมแรกทำได้เพียงเสมอโมร็อกโก 1-1 ก่อนจะคืนฟอร์มด้วยชัยชนะเหนือเฮติ 3-0 ในคืนวันศุกร์ที่ฟิลาเดลเฟีย เกมนี้ไม่ใช่แค่สามแต้มธรรมดา แต่เป็นคำตอบสำคัญว่าทัพแซมบ้ายังมีพิษสงครบเครื่อง ทั้งความเฉียบคม เกมรุกริมเส้น และพลังดาวรุ่งที่พร้อมขึ้นมาสร้างแรงกระแทกในทัวร์นาเมนต์นี้

คุนญ่ายิงตอบแทนความไว้ใจ อันเชล็อตติปรับแล้วเห็นผลทันตา

ไฮไลต์ใหญ่ของเกมนี้ต้องยกให้ มาเตอุส คุนญ่า ดาวยิงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้รับโอกาสออกสตาร์ตแทน อิกอร์ ติอาโก้ หลังรายหลังทำผลงานเงียบในเกมกับโมร็อกโก และคุนญ่าก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เขายิงสองประตูในนาทีที่ 26 และ 36 ช่วยให้บราซิลคุมเกมตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนปิดงานแบบไม่ต้องลุ้นเหนื่อย

ประตูแรกเกิดจากแรงกดดันในแดนหน้า หลัง วินิซิอุส จูเนียร์ ได้โอกาสเข้าทำจนผู้รักษาประตูเฮติปัดบอลไม่ขาด และคุนญ่าตามซ้ำจนบอลข้ามเส้น ส่วนประตูที่สองมาจากจังหวะสวนกลับที่เฉียบขาด วินิซิอุสแทงบอลให้คุนญ่าวิ่งตัดแนวรับ ก่อนหัวหอกแซมบ้าจะยิงเต็มข้อพาทีมหนีเป็น 2-0

วินิซิอุสยังเป็นหัวใจเกมรุก ยิงเองจ่ายเองครบเครื่อง

วินิซิอุส จูเนียร์ ยังคงยืนเป็นแกนหลักของบราซิลแบบเต็มตัว หลังจากเกมก่อนเขายิงประตูสำคัญช่วยทีมแบ่งแต้มกับโมร็อกโก เกมนี้ดาวเตะเรอัล มาดริดยังเดินหน้าทำงานหนักทั้งตอนมีบอลและไม่มีบอล เขามีส่วนร่วมกับเกมรุกอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะยิงประตูที่สามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก จากบอลเปิดเหนือแนวรับของ ลูคัส ปาเกต้า แล้วหลุดเข้าไปจบสกอร์อย่างเยือกเย็น

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ตัวเลขประตูหรือแอสซิสต์ แต่คือท่าทีของวินิซิอุสที่ถอยลงมาช่วย ดักลาส ซานโตส ทางฝั่งซ้ายอยู่หลายครั้ง ภาพนี้สะท้อนชัดว่า อันเชล็อตติไม่ได้ต้องการแค่ซูเปอร์สตาร์ที่รอปิดบัญชี แต่ต้องการผู้นำในสนามที่ลากทั้งทีมให้เชื่อมั่นและเดินหน้าไปพร้อมกัน

ปาเกต้าเติมคลาสแดนกลาง เคมีเก่าจากฟลาเมงโกยังคมเหมือนเดิม

ลูคัส ปาเกต้า ทำผลงานได้โดดเด่น โดยเฉพาะในครึ่งแรกที่บราซิลเล่นงานเฮติจนเสียกระบวน เขาคุมจังหวะกลางสนาม ชนะการดวลหลายครั้ง และคอยเปิดบอลสร้างอันตรายต่อเนื่อง จังหวะแอสซิสต์ให้วินิซิอุสยิงประตูที่สามคือภาพชัดเจนของคุณภาพที่บราซิลต้องการจากกองกลางรายนี้

ความเข้าใจระหว่างปาเกต้ากับวินิซิอุสไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทั้งคู่เคยเติบโตจากอะคาเดมีฟลาเมงโก และสายสัมพันธ์ในวัยเด็กยังสะท้อนออกมาในเกมระดับทีมชาติ หากปาเกต้ารักษาฟอร์มแบบนี้ได้ต่อเนื่อง ปัญหาความสร้างสรรค์ในแดนกลางของบราซิลจะเบาลงไปมาก

ราฟินญ่าเจ็บเร็ว จุดกังวลใหญ่ของทัพแซมบ้า

แม้สกอร์จะขาด แต่ข่าวร้ายของบราซิลคืออาการเจ็บของ ราฟินญ่า ปีกจากบาร์เซโลนา ที่ต้องออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 40 โดยมีรายงานว่าเป็นปัญหาบริเวณแฮมสตริง และต้องรอประเมินอาการเพิ่มเติมหลังเกม

“Raphinha will be evaluated tomorrow, right now we don’t know what happened,” Ancelotti said.

“ราฟินญ่าจะเข้ารับการประเมินในวันพรุ่งนี้ ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” อันเชล็อตติ กล่าวหลังเกม

ราฟินญ่าถูกแทนที่โดย รายาน ดาวรุ่งจากบอร์นมัธ ซึ่งเพิ่งมีฤดูกาลเปิดตัวที่น่าจับตา ยิง 5 ประตูและทำ 2 แอสซิสต์หลังย้ายมาร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคม ขณะเดียวกัน กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ก็ลงมาในนาทีที่ 64 และทำให้ฝั่งซ้ายมีชีวิตชีวาขึ้น นั่นทำให้อันเชล็อตติมีทางเลือกเพิ่ม แต่ต้องยอมรับว่าหากราฟินญ่าพักนาน บราซิลเสียอาวุธสำคัญทางริมเส้นไปไม่น้อย

ดาวรุ่งได้เวที เอ็นดริคกับรายานสะท้อนแผนระยะยาวของบราซิล

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเกมนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1958 ที่บราซิลมีผู้เล่นวัยรุ่นสองคนลงสนามในเกมเดียวกัน เมื่อ เอ็นดริค และ รายาน ได้โอกาสสัมผัสเกมฟุตบอลโลก สิ่งนี้บอกชัดว่า อันเชล็อตติไม่ได้มองแค่ผลเฉพาะหน้า แต่กำลังสร้างสมดุลระหว่างประสบการณ์กับพลังหนุ่ม หากนักเตะดีพอ อายุไม่ใช่ข้อจำกัดสำหรับเสื้อทีมชาติบราซิล

เฮติสู้สมศักดิ์ศรี แม้ผลการแข่งขันปิดประตูไปต่อ

ฝั่งเฮติแม้แพ้ขาด 0-3 แต่ภาพรวมไม่ใช่ทีมที่ยอมง่าย พวกเขายื้อสกอร์ 0-0 ได้ช่วงหนึ่ง และยังมีจังหวะลุ้นประตูในครึ่งหลัง โดยเฉพาะลูกโหม่งของ ริคาร์โด้ อาเด ที่บังคับให้ อลิสซอน ต้องออกแรงเซฟแบบจริงจัง

อย่างไรก็ตาม เมื่อแพ้สองนัดรวดและยังยิงประตูไม่ได้ เฮติแทบหมดเส้นทางในฟุตบอลโลกครั้งนี้ แม้ผลลัพธ์จะเจ็บปวด แต่เรื่องราวของพวกเขาควรได้รับการยกย่อง เพราะนี่คือการกลับสู่ฟุตบอลโลกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1974 และพวกเขาทำสำเร็จทั้งที่ไม่ได้เล่นเกมคัดเลือกในบ้านของตัวเอง เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงในปอร์โตแปรงซ์ทำให้สนามกีฬาแห่งชาติไม่สามารถใช้งานได้

“They showed that they deserved to be here at this World Cup,” Haiti manager Sebastian Migne said of his players. “And unfortunately, we played against Brazil, and there was too much of a gap.”

“พวกเขาแสดงให้เห็นแล้วว่าสมควรอยู่ในฟุตบอลโลกครั้งนี้” เซบาสเตียน มินเย่ กุนซือเฮติ กล่าวถึงลูกทีม “แต่น่าเสียดายที่เราเจอกับบราซิล และช่องว่างระหว่างสองทีมมันมากเกินไป”

สถานการณ์กลุ่มซี บราซิลขึ้นนำด้วยผลต่างประตูได้เสีย

ชัยชนะ 3-0 ทำให้บราซิลขยับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงกลุ่มซีด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่าโมร็อกโก ซึ่งก่อนหน้านั้นเฉือนชนะสกอตแลนด์ 1-0 ขณะที่เฮติยังไม่มีคะแนนจากสองนัดและอยู่ท้ายกลุ่ม สถานการณ์ต่อจากนี้ทำให้เกมนัดสุดท้ายของกลุ่มยิ่งเข้มข้น เพราะการแย่งตำแหน่งจ่าฝูงอาจตัดสินกันด้วยรายละเอียดเล็กน้อยอย่างผลต่างประตู

บทสรุปเกมนี้ บราซิลได้คำตอบแต่ยังไม่หมดคำถาม

บราซิลชนะขาด ยิงคม และได้เห็นหลายชิ้นส่วนเริ่มเข้าที่ ทั้งคุนญ่าที่ตอบแทนความเชื่อมั่น วินิซิอุสที่ยกระดับบทบาทผู้นำ ปาเกต้าที่คุมแดนกลางได้ดี และดาวรุ่งที่เริ่มได้เวที แต่ในอีกมุมหนึ่ง อาการเจ็บของราฟินญ่าและรูปแบบเกมที่ยังไม่ไหลลื่นเต็มร้อย ยังเป็นโจทย์ที่อันเชล็อตติต้องรีบแก้ก่อนเข้าสู่ช่วงกดดันของทัวร์นาเมนต์

สำหรับเฮติ แม้สกอร์ไม่เป็นใจ แต่พวกเขาเดินออกจากสนามพร้อมศักดิ์ศรีของทีมที่สู้เต็มกำลัง ส่วนแฟนบอลที่ต้องการติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026 ผลบอลล่าสุด บทวิเคราะห์หลังเกม และความเคลื่อนไหวทีมชาติทั่วโลกแบบเข้มข้น สามารถติดตามต่อได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา