มรสุมแรงดันฝนเพิ่มทั่วไทย อุตุฯ เตือนประชาชนเฝ้าระวัง
กรมอุตุนิยมวิทยาเผยสภาพอากาศประเทศไทยเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้น หลังมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ส่งผลให้หลายพื้นที่ยังมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นต่อเนื่อง และบางแห่งมีโอกาสเจอฝนตกหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนสะสมมาหลายวันต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
สถานการณ์ฝนในระยะนี้ถือเป็นช่วงที่ประชาชนควรติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพราะฝนที่ตกต่อเนื่องอาจไม่ได้สร้างผลกระทบแค่การเดินทางติดขัดเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงต่อปัญหาน้ำรอระบาย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา และบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่าน
ช่วง 24 – 29 มิถุนายน ไทยมีแนวโน้มฝนมากขึ้น
ในช่วงวันที่ 24 – 29 มิถุนายน 2569 ประเทศไทยมีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งจากอิทธิพลของมรสุมที่แรงขึ้น ทำให้หลายภูมิภาคต้องเตรียมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน โดยฝนฟ้าคะนองมักเกิดได้ทั้งช่วงบ่าย ค่ำ ไปจนถึงกลางคืน ขึ้นอยู่กับลักษณะอากาศในแต่ละพื้นที่
สำหรับพยากรณ์อากาศรายภาค ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองราว 30% ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ตาก และกำแพงเพชร ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองราว 30% ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณหนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ และนครราชสีมา
ภาคกลางมีฝนฟ้าคะนองราว 30% ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณนครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม ส่วนภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองราว 40% ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องระวังทั้งฝนตกหนักเป็นจุด ๆ และการเดินทางบนถนนลื่นในช่วงฝนลงเม็ด
ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองราว 40% ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนฟ้าคะนองราว 60% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตรังและสตูล ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองราว 40% ของพื้นที่ โดยมักเกิดช่วงบ่ายถึงค่ำ
คลื่นลมทะเลแรง ชาวเรือต้องเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
นอกจากฝนบนฝั่งแล้ว คลื่นลมในทะเลก็เป็นอีกจุดที่ต้องจับตา บริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร แต่บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตรได้
ชาวเรือ เรือประมง เรือท่องเที่ยว และผู้ประกอบการชายฝั่งควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเรือทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเตรียมอุปกรณ์ความปลอดภัยให้พร้อม โดยเฉพาะเสื้อชูชีพ วิทยุสื่อสาร และแผนสำรองหากคลื่นลมเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

ฝนฟ้าคะนองอันตรายกว่าที่คิด ต้องระวังทั้งฟ้าผ่า ลมแรง และน้ำท่วม
ฝนฟ้าคะนองในฤดูมรสุมมักมาพร้อมลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และฝนตกหนักช่วงสั้น ๆ แต่รุนแรง ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้า หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงฝนตกหนัก หากอยู่กลางแจ้งควรรีบหาที่หลบในอาคารที่ปลอดภัย ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือกลางที่โล่ง และควรถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดเมื่อเกิดฟ้าคะนองรุนแรง
สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน ต้องเพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้า ลดความเร็ว เปิดไฟหน้าเมื่อทัศนวิสัยไม่ดี และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง เพราะระดับน้ำที่ดูไม่ลึกอาจซ่อนหลุม ฝาท่อเปิด หรือกระแสน้ำแรงได้ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ควรระวังถนนลื่น น้ำกระเด็น และลมแรงขณะขับขี่
พื้นที่ลุ่มและเชิงเขาต้องจับตาฝนสะสม
ฝนตกสะสมเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก แม้บางพื้นที่ฝนจะหยุดตกแล้ว แต่หากพื้นที่ต้นน้ำยังมีฝนตกหนัก น้ำอาจไหลลงมาสู่พื้นที่ลุ่มในเวลาต่อมาได้ ดังนั้นประชาชนที่อยู่ใกล้ลำคลอง แม่น้ำ ทางน้ำไหลผ่าน หรือพื้นที่ลาดเชิงเขา ควรสังเกตสัญญาณผิดปกติ เช่น น้ำเปลี่ยนเป็นสีขุ่น ระดับน้ำเพิ่มเร็ว มีเสียงน้ำไหลแรงผิดปกติ หรือมีเศษไม้ไหลมากับน้ำ
บ้านเรือนในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมยกของขึ้นที่สูง จัดเก็บเอกสารสำคัญไว้ในถุงกันน้ำ เตรียมไฟฉาย ยาประจำตัว แบตเตอรี่สำรอง และเบอร์ติดต่อฉุกเฉินไว้ใกล้มือ หากมีประกาศเตือนภัยหรือคำสั่งอพยพ ควรปฏิบัติตามทันที ไม่ควรรอจนสถานการณ์รุนแรง เพราะน้ำป่าและน้ำหลากมักเกิดขึ้นรวดเร็วและมีแรงดันสูง
เกษตรกรและคนทำงานกลางแจ้งควรวางแผนรับมือฝน
ในช่วงที่ฝนเพิ่มขึ้น เกษตรกรควรตรวจสอบระบบระบายน้ำในพื้นที่เพาะปลูก เพื่อป้องกันน้ำขังจนกระทบต่อรากพืช รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีหรือปุ๋ยในช่วงก่อนฝนตกหนัก เพราะอาจถูกชะล้างและทำให้สิ้นเปลืองโดยไม่ได้ผลตามต้องการ ส่วนผู้ที่ทำงานกลางแจ้งควรเตรียมเสื้อกันฝน รองเท้าเหมาะกับพื้นเปียก และวางแผนหยุดงานทันทีหากเกิดฟ้าคะนองรุนแรง
แม้ฝนจะช่วยเติมน้ำในแหล่งน้ำและลดความร้อนสะสม แต่หากฝนตกหนักต่อเนื่องโดยไม่มีการเตรียมพร้อม ก็อาจสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน การเดินทาง เกษตรกรรม และการท่องเที่ยวได้ การเช็กสภาพอากาศก่อนออกจากบ้านจึงเป็นเรื่องจำเป็นในช่วงนี้
พายุไต้ฝุ่นเมขลาไม่เคลื่อนเข้าไทย แต่ยังต้องเฝ้าระวังมรสุม
กรมอุตุนิยมวิทยายังระบุถึงพายุไต้ฝุ่น “เมขลา” บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก หรือด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น และไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และหย่อมความกดอากาศต่ำ ซึ่งเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้ฝนเพิ่มขึ้นในระยะนี้
ประชาชนจึงไม่ควรตื่นตระหนกกับข่าวพายุ แต่ควรให้ความสำคัญกับประกาศพยากรณ์อากาศในพื้นที่ของตนเอง เพราะผลกระทบที่ใกล้ตัวที่สุดคือฝนฟ้าคะนอง ฝนตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางไกล ผู้ประกอบอาชีพทางทะเล และครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก ควรเตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า
สรุปแล้ว ช่วงนี้ประเทศไทยเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของมรสุมที่แรงขึ้น หลายพื้นที่ยังต้องระวังฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักบางแห่ง และฝนสะสมที่อาจนำไปสู่สถานการณ์ฉุกเฉิน การติดตามพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอและเตรียมพร้อมรับมือจะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

