กรมอุตุฯ เตือนฉบับที่ 6 ฝนตกหนักถึงหนักมาก เฝ้าระวังน้ำป่า-น้ำท่วมฉับพลัน กระทบถึง 15 ก.ค. 2569

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 6 เตือนประชาชนรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก หลังมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ทวีกำลังแรง ส่งผลให้ฝนเพิ่มขึ้น คลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมถึงอันตรายจากฝนที่ตกสะสม

สถานการณ์ดังกล่าวมีผลกระทบต่อเนื่องจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามข้อมูลสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยบริเวณพื้นที่ลุ่มเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก และชุมชนที่มีระบบระบายน้ำจำกัด

มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง ต้นเหตุฝนเพิ่มและทะเลคลื่นสูง

ในช่วงวันที่ 11-15 กรกฎาคม 2569 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ด้านรับลมมรสุม

เมื่อมรสุมมีกำลังแรง ความชื้นจากทะเลจะถูกพัดเข้าสู่ประเทศไทยในปริมาณมาก ส่งผลให้เกิดกลุ่มเมฆฝนหนาแน่นและมีโอกาสเกิดฝนตกต่อเนื่อง บางพื้นที่อาจมีฝนตกหนักในระยะเวลาสั้น หรือมีฝนสะสมต่อเนื่องหลายวัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง

พื้นที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากเป็นพิเศษ ได้แก่

  • ระนอง
  • พังงา
  • กาญจนบุรี
  • จันทบุรี
  • ตราด

นอกจากนี้ พื้นที่ใกล้เคียงในภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก ยังควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากตำแหน่งและความรุนแรงของกลุ่มฝนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามทิศทางลมและสภาพอากาศในแต่ละช่วงเวลา

เตือนฝนตกหนักช่วง 11-14 กรกฎาคม เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

ช่วงวันที่ 11-14 กรกฎาคม 2569 เป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมาก่อนหน้านี้ เพราะแม้ฝนในวันใดวันหนึ่งอาจไม่ได้ตกต่อเนื่องตลอดทั้งวัน แต่หากดินอุ้มน้ำจนใกล้อิ่มตัว ฝนที่ตกเพิ่มเพียงระยะสั้นก็อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากหรือดินถล่มได้

พื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ใกล้ลำห้วยควรเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากพบว่าน้ำเปลี่ยนเป็นสีขุ่น มีเศษไม้หรือกิ่งไม้ไหลมากับกระแสน้ำ หรือได้ยินเสียงน้ำดังผิดปกติจากพื้นที่ต้นน้ำ ควรรีบเคลื่อนย้ายออกจากจุดเสี่ยงโดยไม่รอให้ระดับน้ำเข้าถึงพื้นที่พักอาศัย

สำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำและเขตเมือง ควรเตรียมรับมือปัญหาน้ำระบายไม่ทัน โดยเฉพาะช่วงฝนตกหนักพร้อมกันในระยะเวลาสั้น ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนน การจราจรติดขัด และเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ

ทะเลอันดามันคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงตลอดช่วงวันที่ 11-15 กรกฎาคม 2569 โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2-4 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร

ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่าง มีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ขณะที่บริเวณฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากฝั่ง และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีกลุ่มเมฆฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากอาจมีลมกระโชกแรง คลื่นสูง และทัศนวิสัยลดลงอย่างรวดเร็ว

เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วงที่คลื่นลมมีกำลังแรง ขณะที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวบริเวณชายฝั่งควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำในจุดที่มีคลื่นสูง และปฏิบัติตามคำเตือนของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

พายุไต้ฝุ่นบาหวี่ไม่เข้าไทย แต่มีผลทำให้มรสุมแรงขึ้น

พายุไต้ฝุ่นบาหวี่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ทางด้านตะวันออกของเกาะไต้หวัน มีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569

แม้พายุลูกนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยและไม่ส่งผลกระทบโดยตรง แต่การเคลื่อนตัวของพายุมีส่วนทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น จึงทำให้หลายพื้นที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนักและทะเลมีคลื่นลมแรงมากขึ้น

ผู้ที่มีแผนเดินทางไปไต้หวันหรือพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของจีนควรตรวจสอบสภาพอากาศ ตารางเที่ยวบิน และประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนออกเดินทาง

ฝนตกหนักกับฝนตกหนักมากต่างกันอย่างไร

ฝนตกหนักหมายถึงฝนที่มีปริมาณมากในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำระบายไม่ทัน และเพิ่มระดับน้ำในลำคลองหรือแม่น้ำ

ส่วนฝนตกหนักมากมีความรุนแรงสูงกว่า และสามารถสร้างผลกระทบได้รวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดชันหรือพื้นที่ที่มีฝนสะสมต่อเนื่อง ความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความแรงของฝนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับระยะเวลาที่ฝนตก สภาพดิน ความลาดชัน และความสามารถในการระบายน้ำของแต่ละพื้นที่

ประชาชนจึงไม่ควรประเมินสถานการณ์จากสภาพอากาศบริเวณบ้านเพียงอย่างเดียว เพราะฝนที่ตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลมายังพื้นที่ปลายน้ำได้ แม้บริเวณปลายน้ำจะมีฝนตกไม่มากก็ตาม

วิธีเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เพื่อลดความเสียหายและเพิ่มความปลอดภัย ดังนี้

  • ตรวจสอบพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยเป็นระยะ
  • เตรียมไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง ยาประจำตัว น้ำดื่ม และเอกสารสำคัญ
  • ยกเครื่องใช้ไฟฟ้าและสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง หากอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก
  • หลีกเลี่ยงการพักหรือจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง
  • ไม่ขับรถฝ่ากระแสน้ำ เพราะอาจไม่ทราบระดับความลึกหรือสภาพพื้นถนน
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่ลาดเชิงเขา ลำห้วย และทางน้ำไหลผ่านขณะมีฝนตกหนัก
  • เตรียมเส้นทางอพยพและจุดปลอดภัยสำหรับสมาชิกในครอบครัว
  • ปิดสวิตช์ไฟฟ้าหลักทันที หากน้ำเริ่มเข้าสู่ตัวบ้าน

ผู้ขับขี่ควรลดความเร็ว เพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้า และเปิดไฟหน้าขณะฝนตก เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยและลดความเสี่ยงจากถนนลื่น

เฝ้าระวังต่อเนื่อง แม้ฝนหยุดแล้วอันตรายอาจยังไม่หมด

หลังฝนหยุดตก ความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และน้ำล้นตลิ่งอาจยังคงอยู่ เพราะน้ำจากพื้นที่สูงต้องใช้เวลาไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่าง ขณะที่ดินซึ่งอุ้มน้ำมากอาจสูญเสียความมั่นคงและเกิดการพังทลายภายหลังได้

ประชาชนจึงควรติดตามประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรกลับเข้าสู่พื้นที่เสี่ยงทันที และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

สถานการณ์ฝนและคลื่นลมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การเตรียมพร้อมล่วงหน้าและไม่ประมาทจะช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ โดยเฉพาะประชาชนในจังหวัดระนอง พังงา กาญจนบุรี จันทบุรี และตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องจับตาฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงนี้

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา