กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศประจำวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยยังมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง โดยประกาศช่วงเช้าเตือนภาคตะวันออกให้ระวังฝนตกหนักบริเวณจังหวัดจันทบุรีและตราด เนื่องจากฝนสะสมอาจเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ
มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังปกคลุมประเทศไทย
สภาพอากาศดังกล่าวเกิดจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้หลายพื้นที่ยังมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง แม้ปริมาณฝนโดยรวมจะกระจายตัวไม่ทั่วทุกจังหวัด
ประกาศช่วงเช้าเวลา 05.00 น. ระบุว่า ภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในจังหวัดจันทบุรีและตราด ก่อนที่ประกาศอัปเดตเวลา 11.00 น. จะประเมินว่าภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ขณะที่พื้นที่ฝนหนักขยับไปอยู่บริเวณภาคเหนือบางจังหวัด
พยากรณ์อากาศรายภาคล่าสุด
ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณเชียงราย พะเยา และน่าน อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 28-35 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณเลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณสระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส สูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ชาวเรือระวังคลื่นสูงในบริเวณฝนฟ้าคะนอง
ทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร แต่บริเวณที่เกิดฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ชาวเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากฝั่ง เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีเมฆฝนหนาแน่น ลมกระโชกแรง หรือฝนฟ้าคะนอง เพราะระดับคลื่นและทัศนวิสัยสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
ฝนสะสมอันตรายกว่าที่หลายคนคิด
แม้บางพื้นที่จะมีฝนตกเพียงช่วงสั้น แต่หากเป็นพื้นที่ที่มีฝนสะสมต่อเนื่อง ดินอาจอุ้มน้ำจนเกิดการทรุดตัว ดินถล่ม หรือน้ำป่าไหลหลากได้ โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ชุมชนริมคลอง พื้นที่ลุ่มต่ำ ถนนที่ระบายน้ำช้า เชิงเขา และบริเวณใกล้ลำห้วยหรือทางน้ำธรรมชาติ
ประชาชนควรติดตามประกาศเตือนอย่างต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงการขับรถฝ่ากระแสน้ำ ไม่จอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง และเตรียมย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงหากอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก หากระดับน้ำเพิ่มขึ้นรวดเร็ว น้ำเปลี่ยนเป็นสีขุ่น หรือได้ยินเสียงผิดปกติจากพื้นที่ต้นน้ำ ควรรีบออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที
จับตาฝนเพิ่มช่วงวันที่ 20-23 กรกฎาคม
แนวโน้มช่วงวันที่ 20-23 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยมีโอกาสกลับมามีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือและพื้นที่ด้านตะวันตกของภาคกลาง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีแนวโน้มแรงขึ้น ขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำยังปกคลุมบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงจึงไม่ควรประเมินสถานการณ์จากสภาพอากาศเฉพาะช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เพราะฝนสามารถก่อตัวและตกหนักได้อย่างรวดเร็ว ควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศ เรดาร์ฝน และประกาศเตือนก่อนเดินทางหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งทุกครั้ง
สรุปสถานการณ์ฝนวันนี้
ประเทศไทยยังมีฝนฟ้าคะนองกระจายหลายพื้นที่ ภาคตะวันออกโดยเฉพาะจันทบุรีและตราดยังต้องติดตามฝนสะสมอย่างใกล้ชิด ส่วนประกาศล่าสุดเตือนฝนหนักบริเวณเชียงราย พะเยา และน่าน ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนร้อยละ 40 ของพื้นที่ ผู้ใช้รถใช้ถนนและประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำควรเตรียมรับมือฝนตก น้ำรอการระบาย และทัศนวิสัยที่ลดลง
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา พร้อมอัปเดตสถานการณ์สำคัญและข้อมูลที่ควรรู้อย่างต่อเนื่อง

